คลังความรู้บัญชี
50 ทวิ คืออะไร? หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่เจ้าของธุรกิจควรรู้
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ชื่อทางกฎหมาย
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
- ผู้มีหน้าที่ออก
- ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
- ผู้ได้รับ
- ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
- จำนวนฉบับ
- สองฉบับ มีข้อความตรงกัน
- แบบฟอร์ม
- ใช้ตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด
50 ทวิ คืออะไร
ข้อเท็จจริง
ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ให้ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ได้หักไว้แล้วในปีภาษี ให้แก่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย สองฉบับมีข้อความตรงกัน และให้ใช้ตามแบบที่อธิบดีกำหนด
คำอธิบาย
ในทางปฏิบัติ ธุรกิจมักเรียกเอกสารนี้สั้น ๆ ว่า “50 ทวิ” เพราะอ้างถึงมาตราในประมวลรัษฎากร ไม่ใช่ชื่อแบบแสดงรายการภาษีของผู้ถูกหักภาษี
50 ทวิ ใช้ทำอะไร
ข้อเท็จจริง
คำแนะนำของกรมสรรพากรกำหนดให้ฉบับที่ 1 มีข้อความว่า “สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายใช้แนบพร้อมกับแบบแสดงรายการ” และฉบับที่ 2 มีข้อความว่า “สำหรับผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน”
คำอธิบาย
ดังนั้น หน้าที่หลักของเอกสารคือเป็นหลักฐานให้ผู้ถูกหักภาษีทราบจำนวนเงินได้ที่จ่ายและภาษีที่ถูกหักไว้แล้ว และใช้ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการภาษีของตน ไม่ใช่แบบนำส่งภาษีของผู้จ่ายเงิน
ใครเป็นผู้ออก 50 ทวิ
ข้อเท็จจริง
มาตรา 50 ทวิ กำหนดหน้าที่ออกหนังสือรับรองไว้กับ “ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย”
คำอธิบาย
ในธุรกิจทั่วไป มักเป็นนายจ้าง ผู้ว่าจ้าง หรือกิจการที่เป็นผู้จ่ายเงินได้และมีหน้าที่หักภาษีตามประมวลรัษฎากร ไม่ใช่กรมสรรพากรเป็นผู้ออกให้โดยตรง
ใครได้รับ 50 ทวิ
ข้อเท็จจริง
ผู้ได้รับหนังสือรับรองคือ “ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย”
คำอธิบาย
อาจเป็นลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ฟรีแลนซ์ หรือผู้รับเงินได้อื่นที่ถูกหักภาษีไว้ แล้วแต่ประเภทเงินได้และหน้าที่หักภาษีในกรณีนั้น
50 ทวิ ต้องออกเมื่อใด
ข้อเท็จจริง
มาตรา 50 ทวิ แยกกำหนดเวลาออกเป็นกรณี ดังนี้ (1) กรณีตามมาตรา 3 เตรส ให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย (2) กรณีตามมาตรา 50 (1) ให้ออกภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี หรือภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายออกจากงานในระหว่างปีภาษี (3) กรณีตามมาตรา 50 (2) (3) หรือ (4) ให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย
คำอธิบาย
คำแนะนำของกรมสรรพากรอธิบายเพิ่มว่า การจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่านายหน้า บำเหน็จ ตามมาตรา 40 (1) (2) ใช้ออกภายใน 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป หรือภายใน 1 เดือนนับแต่วันออกจากงาน และการจ่ายเงินได้อื่นตามมาตรา 40 (3) ถึง (8) ให้ออกในทันทีทุกครั้งที่มีการหัก
รอผู้เชี่ยวชาญตรวจ
การจับคู่มาตรา 50 (1)–(4) กับประเภทเงินได้ในกิจการของคุณ ควรให้ผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีตรวจกับข้อเท็จจริงของรายการจ่ายนั้น ไม่สรุปจากบทความนี้เพียงอย่างเดียว
ข้อมูลสำคัญในหนังสือรับรอง
ข้อเท็จจริง
แบบหนังสือรับรองกำหนดโดยอธิบดีกรมสรรพากร ตัวอย่างรายการในคำแนะนำของกรมสรรพากร ได้แก่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือเลขประจำตัวประชาชน ชื่อและที่อยู่ของผู้ออกและผู้ถูกหัก วันเดือนปีที่จ่าย จำนวนเงินที่จ่าย และภาษีที่หักและนำส่ง ตามประเภทเงินได้พึงประเมิน
คำอธิบาย
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 121) ยังระบุว่า ผู้มีหน้าที่ออกจะระบุเฉพาะประเภทเงินได้ที่ได้หักภาษีไว้ โดยไม่ระบุประเภทอื่นก็ได้ และกรณีหักเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม กบข. หรือกองทุนสงเคราะห์โรงเรียนเอกชน จากเงินได้ตามมาตรา 40 (1) จะระบุจำนวนที่หักเข้ากองทุนในหนังสือรับรองก็ได้
- ฉบับที่ 1: สำหรับผู้ถูกหักภาษีใช้แนบพร้อมแบบแสดงรายการ
- ฉบับที่ 2: สำหรับผู้ถูกหักภาษีเก็บไว้เป็นหลักฐาน
- คำแนะนำของกรมสรรพากรให้จัดทำสำเนาคู่ฉบับ (ฉบับที่ 3) ไว้ด้วย เพื่อออกใบแทนหากฉบับที่ออกไปชำรุดหรือสูญหาย
ตัวอย่างการใช้งาน
ตัวอย่าง
บริษัทจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างตลอดปีภาษี และหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้ว เมื่อถึงกำหนดตามมาตรา 50 ทวิ (2) บริษัทออกหนังสือรับรองสองฉบับให้ลูกจ้าง ลูกจ้างเก็บฉบับที่ 2 ไว้ และใช้ฉบับที่ 1 ประกอบการยื่นแบบแสดงรายการของตนเอง
ตัวอย่าง
กิจการจ่ายเงินได้ที่ต้องหักภาษีตามมาตรา 3 เตรส ให้ผู้รับจ้างรายหนึ่ง กิจการออกหนังสือรับรองในทันทีครั้งที่มีการหัก ไม่รอสิ้นปี — ตามข้อความในมาตรา 50 ทวิ (1)
ตัวอย่างนี้เป็นภาพการใช้งาน ไม่ได้กำหนดอัตราภาษี วันครบกำหนดนำส่ง หรือแบบที่ยื่นของผู้จ่ายเงิน
หากข้อมูลผิดควรทำอย่างไร
ข้อเท็จจริง
คำแนะนำของกรมสรรพากรกล่าวถึงกรณีหนังสือรับรองชำรุดหรือสูญหาย: ให้ผู้ออกใช้สำเนาคู่ฉบับออกใบแทน โดยมีข้อความว่า “ใบแทน” ด้านบน และลงลายมือชื่อรับรอง
รอผู้เชี่ยวชาญตรวจ
ขั้นตอนแก้ไขเมื่อตัวเลขหรือรายการในหนังสือรับรองผิดจากความจริง (ไม่ใช่กรณีชำรุดสูญหาย) ยังต้องให้ผู้เชี่ยวชาญภาษียืนยันจากแนวปฏิบัติปัจจุบันของกรมสรรพากร บทความนี้ไม่สมมติวิธีแก้
คำอธิบาย
ในทางปฏิบัติ ผู้ถูกหักภาษีควรติดต่อผู้จ่ายเงินซึ่งเป็นผู้ออกเอกสาร เพื่อให้ตรวจสอบกับหลักฐานการหักและนำส่งของกิจการนั้น
คำถามที่พบบ่อย
50 ทวิ กับหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย คือเอกสารเดียวกันหรือไม่
ใช่ในความหมายที่ใช้กันทั่วไป “50 ทวิ” หมายถึงหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
ใครเป็นคนออก 50 ทวิ
ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นผู้ออกให้ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
ต้องออกกี่ฉบับ
กฎหมายกำหนดให้สองฉบับมีข้อความตรงกัน คำแนะนำของกรมสรรพากรยังแนะนำให้มีสำเนาคู่ฉบับไว้กับผู้ออก
ลูกจ้างต้องได้ภายในเมื่อใด
ถ้ากรณีนั้นเข้ามาตรา 50 ทวิ (2) คือกรณีตามมาตรา 50 (1) กฎหมายให้ออกภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ของปีถัดจากปีภาษี หรือภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ผู้ถูกหักภาษีออกจากงานในระหว่างปีภาษี คำแนะนำของกรมสรรพากรอธิบายกรอบนี้กับการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ตามมาตรา 40 (1) (2) การจะใช้กรอบนี้กับลูกจ้างรายหนึ่งต้องดูฐานการหักของรายการนั้น ไม่ใช่กฎลูกจ้างทุกคนโดยอัตโนมัติ
VEDA ออก 50 ทวิแทนกรมสรรพากรได้หรือไม่
ไม่ได้ หน้าที่ออกเป็นของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามกฎหมาย ซอฟต์แวร์บัญชีเป็นเครื่องมือจัดทำเอกสารของกิจการ ไม่ใช่หน่วยงานออกหนังสือรับรองแทนกรมสรรพากร
แหล่งอ้างอิงราชการ
หัวข้อบัญชีที่เกี่ยวข้อง
จัดการงานบัญชีและเอกสารภาษีให้เป็นระบบด้วย VEDA Accounting
ดู VEDA Accountingประเด็นที่ยังต้องให้ผู้เชี่ยวชาญภาษีตรวจ
- การจับคู่มาตรา 50 (1)–(4) และมาตรา 3 เตรส กับประเภทเงินได้จริงของแต่ละรายการจ่าย — รวมว่าลูกจ้างรายใดเข้า มาตรา 50 ทวิ (2)
- ขั้นตอนแก้ไขหนังสือรับรองเมื่อรายการหรือตัวเลขผิด (นอกเหนือกรณีชำรุด/สูญหายซึ่งมีคำแนะนำเรื่องใบแทน)
- หน้าที่นำส่งภาษี แบบแสดงรายการของผู้จ่ายเงิน และระยะเวลาเก็บเอกสาร — ไม่ได้ยืนยันในบทความนี้
- อัตราหัก ณ ที่จ่ายทุกประเภท — ไม่ได้ระบุในบทความนี้โดยเจตนา